โปรโมชั่นราคาร้อยไหม
โปรโมชั่นไหมก้างปลา
ไหมก้างปลา 4 เส้น ราคา 2,999.-
จากราคาเต็ม 3,900.-
ไหมก้างปลา 6 เส้น ราคา 5,999.-
จากราคาเต็ม 6,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 10 เส้น
ไหมก้างปลา 8 เส้น ราคา 7,999.-
จากราคาเต็ม 9,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 10 เส้น
ไหมก้างปลา 10 เส้น ราคา 9,999.-
จากราคาเต็ม 12,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 10 เส้น
ไหมก้างปลา 12 เส้น ราคา 11,999.-
จากราคาเต็ม 15,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 10 เส้น
(ราคาปกติไหมก้างปลาเส้นละ1500)
โปรโมชั่นไหมทอร์นาโด
ไหมทอร์นาโด 4เส้น ราคา 4,999.-
จากราคาเต็ม6,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 20 เส้น
ไหมทอร์นาโด 6เส้น ราคา 7,999.-
จากราคาเต็ม10,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 20 เส้น
ไหมทอร์นาโด 8เส้น ราคา 9,999.-
จากราคาเต็ม14,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 20 เส้น
ไหมทอร์นาโด 10เส้น ราคา 11,999.-
จากราคาเต็ม17,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 20 เส้น
ไหมทอร์นาโด 12เส้น ราคา 13,999.-
จากราคาเต็ม20,900.-
แถมไหมเกลียวล็อค 20 เส้น
(ราคาปกติไหมทอร์นาโดเส้นละ2000)
โปรโมชั่นไหมมิ้นต์ (MINT)
ไหม Mint 4 เส้น
ราคา 12,000.- จากราคาเต็ม 16,000.-
ไหม Mint 6 เส้น
ราคา 16,000.- จากราคาเต็ม 24,000.-
ไหม Mint 8 เส้น
ราคา 20,000.- จากราคาเต็ม 32,000.-
ไหม Mint 10 เส้น
ราคา 24,000.- จากราคาเต็ม 40,000.-
ไหม Mint 12 เส้น
ราคา 28,000.- จากราคาเต็ม 48,000.-
(ราคาปกติไหมMint เส้นละ 4000)
ไหมโครงตาข่าย Tesslift 4 เส้น
ราคา 16,000.- จากราคาเต็ม 20,000.-
ไหมโครงตาข่าย Tesslift 6 เส้น
ราคา 23,000.- จากราคาเต็ม 30,000.-
ไหมโครงตาข่าย Tesslift 8 เส้น
ราคา 29,000.- จากราคาเต็ม 40,000.-
ไหมโครงตาข่าย Tesslift 10 เส้น
ราคา 35,000.- จากราคาเต็ม 50,000.-
ไหมโครงตาข่าย Tesslift 12 เส้น
ราคา 41,000.- จากราคาเต็ม 60,000.-
(ราคาปกติไหมโครงตาข่ายเส้นละ5000)
โปรโมชั่นไหมล็อค
ไหมเกลียวล็อค 20 เส้น
ราคา 2,990.- จากราคาเต็ม 3,900.-
ไหมเกลียวล็อค 30 เส้น
ราคา 3,990.- จากราคาเต็ม 4,900.-
ไหมเกลียวล็อค 40 เส้น
ราคา 4,990.- จากราคาเต็ม 5,900.-
ร้อยไหมราคาเท่าไร ทำไมแต่ละที่ถึงราคาไม่เท่ากัน ?
หลายคนที่ต้องการจะร้อยไหมเพื่อยกกระชับและแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยต่างๆบนใบหน้า คงได้มีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับร้อยไหมมาแล้วบ้าง ทำให้ได้เห็นว่าราคาร้อยไหมในแต่ละคลินิกนั้นมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน
ทำไมร้อยไหมแต่ละที่ถึงมีราคาต่างกัน ?
ราคาร้อยไหมที่เห็นในแต่ละคลินิกต่างๆนั้นมีตั้งแต่ราคาถูก หลักพันไปจนถึงราคาแพงหลายหมื่น ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก โดยขึ้นอยู่กับหลายเหตุผลด้วยกันได้แก่
- เทคนิคการร้อยไหมของคุณหมอ แต่ละคลินิกคุณหมอจะมีเทคนิควิธีการร้อยไหมที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ผลลัพธ์ของการร้อยไหมในแต่ละที่แตกต่างกันออกไปด้วย หากร้อยไหมกับคุณหมอที่มีเทคนิคพิเศษเฉพาะทางและมีประสบการณ์ความชำนาญด้านการร้อยไหม ก็จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์การร้อยไหมที่ดี ตรงตามต้องการของเรา และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆบนใบหน้าได้อย่างตรงจุด
- ชนิดของไหมที่เลือกใช้ ไหมที่ใช้ร้อยมีด้วยกันหลายชนิด และแต่ละคลินิกก็จะมีไหมให้เลือกใช้แตกต่างกันไป คุณภาพและอายุการใช้งานของไหมที่เลือกใช้จึงไม่เท่ากัน ทำให้ราคาของการร้อยไหมต่างกัน
- จำนวนเส้นไหมที่ใช้ การร้อยไหมที่ใช้จำนวนเส้นไหมเยอะขึ้นจะช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยบนใบหน้าได้มากยิ่งขึ้น ช่วยยกกระชับผิวได้มากขึ้น ทำให้ราคาในการเลือกจำนวนเส้นไหมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ไหมแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ?
อ่านเพิ่มเติม : ร้อยไหมมีกี่แบบ
-
ไหมก้างปลา
ไหมก้างปลา มีลักษณะเป็นเข็มปลายแหลม ทำให้สามารถร้อยผ่านผิวได้ง่าย ในผู้ที่เป็นพังผืดใต้ชั้นผิวจากการศัลยกรรมต่างๆ แต่อาจเกิดอาการบวมช้ำได้ง่าย เนื่องจากเข็มปลายแหลมจะตัดเส้นเลือดฝอยและเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บใต้ชั้นผิวได้
ส่วนเส้นไหมทำมาจากวัสดุ PDO สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีตกค้าง เงี่ยงไหมมีลักษณะเป็นเงี่ยงซ้ายขวาสลับกัน ตามลักษณะของก้างปลา ในบางคลินิกอาจจะชื่อเรียกเป็นไหมกุหลาบ หรือไหมเงี่ยง แตกต่างกันไปตามการตั้งชื่อของแต่ละที่ อยู่ได้นานประมาณ 6 – 8 เดือน
-
ไหมทอร์นาโด
ไหมทอร์นาโด มีลักษณะเป็นเข็มปลายทู่ ชนิดทู่แบบตัด (L-type) จะช่วยลดการตัดผ่านเส้นเลือดได้ดี จึงช่วยลดการบวมช้ำ จากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวระหว่างร้อยได้
เส้นไหมทำมาจากวัสดุ PDO มีความปลอดภัย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีเงี่ยงไหมที่ค่อนข้างใหญ่ ออกแบบเป็นเงี่ยงรอบทิศ 360 องศา เหมือนกับลักษณะของพายุทอร์นาโด สามารถเกาะกับผิวได้ดี ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี
-
ไหมมิ้นท์ (MINT)
ไหมมิ้นท์ (MINT) มีลักษณะเป็นเข็มปลายทู่ ชนิดทู่แบบมน (W-type) สามารถลดอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และเลี่ยงความเสี่ยงที่เข็มจะตัดไปโดนเส้นเลือดได้ ทำให้ช่วยลดอาการบวมเขียวช้ำได้ดี จึงใช้เวลาในการพักฟื้นหลังร้อยไม่นาน
เส้นไหมทำมาจากวัสดุ PDO มีลักษณะพิเศษคือเส้นของไหมมิ้นท์เป็นการหล่อขึ้นมาเฉพาะสำหรับใช้ยกกระชับใบหน้า มีเงี่ยงไหมรอบทิศทาง 360 องศา แบบ 3 มิติ จะเป็นไหมเส้นใหญ่ มีความเหนียว คงทน และแข็งแรง ทำให้สามารถยกกระชับและยึดเกาะกับผิวได้ดีกว่าไหมทั่วไป อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี – 1 ปีครึ่ง
-
ไหมโครงตาข่าย (TESSLIFT)
ไหมโครงตาข่าย (TESSLIFT) ตัวเข็มจะมีลักษณะเป็นเข็มปลายทู่ ชนิดทู่แบบมน (W-type) จะช่วยลดอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อระหว่างร้อยไหมได้ ช่วยลดอาการบวม เขียว ช้ำได้ดี
ตัวไหมจะมีลักษณะเป็นไหมแบบ 3D มีเงี่ยงรอบทิศแบบ 360 องศา และล้อมรอบด้วยโครงตาข่าย 360 องศา ช่วยยกกระชับผิวได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวฟูขึ้นอีกด้วย
โดยหลังจากที่ร้อยไหมเข้าไปแล้ว เนื้อเยื่อจะเข้าไปเจริญเติมโตในโครงตาข่าย ทำให้ผิวยกกระชับและฟูขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบมาก และในผู้ที่มีเนื้อผิวน้อย ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าไหมตัวอื่นๆ อยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่ง – 2 ปี
-
ไหมล็อค
ไหมล็อค หรือไหมคอลลาเจน ทำมาจากวัสดุ PDO สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีลักษณะเส้นไหมแบบเรียบ เส้นเล็กๆ และสั้น ไม่มีเงี่ยงไหม โดยไหมชนิดนี้จะไม่ได้ช่วยในการยกกระชับผิวแต่จะเป็นการกระตุ้นคอลเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวฟู กระชับ ช่วยลดปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง นิยมร้อยครั้งละหลายๆเส้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
รีวิวร้อยไหม
สรุป
ราคาร้อยไหมแต่ละที่แตกต่างกันไปด้วยหลายปัจจัยทั้งเทคนิคการร้อยไหมของคุณหมอ ชนิดของไหมที่เลือกใช้และจำนวนเส้นไหมที่เลือกใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การร้อยไหมที่ดีควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น สภาพผิวของเราเหมาะกับไหมชนิดไหน และปัญหาที่กังวลควรใช้จำนวนเส้นไหมกี่เส้น เพื่อผลลัพธ์การร้อยไหมที่ตรงตามต้องการ และความน่าเชื่อถือของคลินิกที่เลือกใช้ เพื่อความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ
