ร้อยไหมกี่วันเห็นผล

ร้อยไหมกี่วันเห็นผล

การร้อยไหมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้ดูสวยได้รูป กรอบหน้าชัดได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด  เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนาน ซึ่งเป็นหัตถการยอดฮิตในปัจจุบันสำหรับวงการเสริมความงามแต่ทั้งนี้ก็ยังมีหลายๆคำถามเกิดขึ้นของคนไข้ก่อนร้อยไหม อย่างเช่น คนที่ไม่เคยมีประวัติการร้อยไหมมาก่อน มักจะตั้งคำถามเสมอว่า ร้อยไหมกี่วันเห็นผล  ร้อยไหมเห็นผลหลังทำเลยหรือเปล่า  ทำไปแล้วจะบวมไหม ร้อยไหมบวมกี่วัน เมื่อไหร่ใบหน้าถึงจะเข้าที่ แล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไหร่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

ร้อยไหมกี่วันเข้าที่

หลังร้อยไหมใช้เวลากี่วันถึงจะเข้าที่ ?

การร้อยไหมยกกระชับจะใช้เป็นตัวไหมที่มีเงี่ยง ช่วยเกาะเนื้อเยื่อและยกผิวส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้น โดยปกติแล้วหลังร้อยไหมไป ไหมจะเซ็ตตัวเกาะกับผิวเราได้ดี ใช้เวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล  หลังทำการร้อยไหมไปอาจจะมีอาการบวม หรือช้ำ ระบมไหมได้ และจะค่อยๆดีขึ้นและหายจนเป็นปกติการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าหลังการร้อยไหม คนไข้สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงเวลาต่างๆดังนี้

ร้อยไหมกี่วันถึงเข้าที่
  • หลังร้อยเสร็จทันที

สังเกตได้เลยว่าใบหน้าจะดูยกกระชับขึ้น แต่ยังจะมีอาการบวมยาชาหลังทำ สีผิวจะเห็นเป็นรอยขาวซีดบางจุดจากฤทธิ์ยาชา และจะหายไปเองประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง

  • 2 – 3 วันหลังร้อยไหม

ยาชายุบลงหมดแล้วจะเป็นอาการบวมไหมจากแผลบริเวณใต้ผิว โดยอาการบวมนี้จะลดน้อยลงกว่าหลังทำใหม่ ในบางรายจะสังเกตเห็นมีริ้วดึงไหมบนผิวได้จากการที่เงี่ยงไหมดึงรั้งผิวขึ้นมา ช่วงเวลานี้คนไข้จะรู้สึกระบมใต้ผิว และตึงไหมได้มากที่สุด

  • 1 – 2 สัปดาห์หลังร้อยไหม

ใบหน้าเริ่มเข้าที่มากขึ้น อาการระบมและอาการตึงไหมลดลงไปอย่างชัดเจน อาจจะยังมีบางจุดที่มีอาการแปล๊บไหมอยู่ได้บ้างโดยเฉพาะบริเวณขมับ รอยริ้วไหมบนผิวเริ่มคลายและเรียบจนเกือบจะปกติหรือเรียบเป็นปกติในบางราย ขึ้นกับการซ่อมแซมและการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวในแต่ละคน

  • 4 – 6 สัปดาห์หลังร้อยไหม

ใบหน้าเข้าที่เรียบร้อย ไม่มีอาการบวมหรือระบมไหมแล้ว รวมถึงรอยริ้วไหมบนใบหน้าจะเรียบเป็นปกติ

รีวิวร้อยไหม 4 สัปดาห์

ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ระยะเวลาในการร้อยไหมของแต่ละบุคคลจะอยู่ได้นานไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าไหมแต่ละชนิดอยู่ได้นานแค่ไหน และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล หลังร้อยไหมเสร็จคนไข้จะสังเกตใบหน้าที่ดูยกกระชับขึ้นอย่างชัดเจนซึ่งยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แท้จริงในเรื่องการยกกระชับของการร้อยไหม เมื่อเวลาผ่านไปผิวจะหย่อนลงมานิดหน่อยและจะมีการสร้างคอลลาเจนตามแนวไหม ผิวจะดูกระชับขึ้นเรื่อยๆ

โดยการดูแลหลังทำก็มีส่วนสำคัญมากที่จะให้ใบหน้ายกกระชับได้นานหลีกเลี่ยงการขยับใบหน้าที่มากจนเกินไป ใส่ผ้ารัดหน้าเพื่อพยุงผิว เนื่องจากการร้อยไหมเป็นการเกี่ยวผิวขึ้นไปในแนวดิ่งซึ่งต้านแรงกล้ามเนื้อใบหน้าและการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของสรีระใบหน้าไหมของทางพัชชาคลินิกจะมีไหม 4 แบบ แต่ละตัวมีระยะเวลาในการอยู่ใต้ผิวต่างกัน

  • ไหมก้างปลาจะมีอายุการทำงานอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน
  • ไหมทอร์นาโดจะมีอายุการทำงานอยู่ที่ประมาณ 1 ปี
  • ไหม Mint จะมีอายุการทำงานอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ถึง ปีกว่าๆ
  • ไหมโครงตาข่าย (Tesslift) จะมีอายุการทำงานอยู่ที่ประมาณ 2 ปี
ชนิดของไหม

เมื่อไหมเข้าไปอยู่ใต้ผิวเนื่องจากเป็นวัสดุที่สามารถสลายได้ ร่างกายจะทำปฏิกิริยากับตัวไหม ทำให้ไหมเริ่มสลายไปเรื่อยๆตามกาลเวลาจากด้านนอกเข้าด้านใน ควบคู่กับการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว

ช่วงระยะท้ายๆตัวไหมที่เหลืออยู่บนหน้าจะเป็นแนวแกนกลางซึ่งเงี่ยงจะสลายไปก่อนเพราะไหมจะเริ่มสลายจากด้านนอกเข้าด้านใน ผลลัพธ์ของการยกกระชับจึงค่อยๆหย่อนลงมาเรื่อยๆแปรผันตามการละลายของเงี่ยงไหมแต่บริเวณแกนกลางของเส้นไหมนี้จะยังกระตุ้นให้ผิวสร้างแนวคอลลาเจนอยู่จนกว่าจะสลายไป ส่วนมากหลังร้อยไหมไปสักประมาณ 6 เดือน คุณหมอจะแนะนำให้ร้อยไหมเพื่อเก็บเพิ่มเติม ใบหน้าจะได้ดูยกกระชับสวยได้ยาวนานขึ้นค่ะ

ทำอย่างไรร้อยไหมถึงจะอยู่ได้นาน ?

ทำอย่างไรให้อยู่ได้นาน

การร้อยไหมจะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น นอกจากชนิดของไหม เงี่ยงไหมที่แข็งแรงแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เกี่ยวข้องด้วย เช่น ลักษณะผิว การปฏิบัติตัว และวิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละคน สิ่งที่สำคัญมากที่สุดหลังร้อยไหมไปแล้ว ควรระวังเรื่องการแสดงสีหน้าเป็นสิ่งสำคัญหลังจากที่เราร้อยไหมเข้าไป เส้นไหมจะยังไม่เกาะกับผิวได้ดี ไหมจะเซ็ตตัวและเกาะกับผิวจริงๆ ที่ประมาณ 4 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล

ในคนไข้บางเคสที่โครงสร้างผิวขาดคอลลาเจนและขาดอีลาสตินมาก ๆ ส่งผลให้แรงการยกพยุงจะมีน้อยลง ผิวจึงไม่เกาะกับเส้นไหม อายุการใช้งานของการร้อยไหมจึงอยู่ได้ไม่นานหากคนที่ต้องการให้ผลลัพธ์ของการร้อยไหมอยู่ได้นานขึ้น สามารถร้อยไหมเพิ่มตามได้ในภายหลัง เนื่องจากผิวจะมีการสร้างอีลาสตินขึ้นมาหลังจากร้อยไหมรอบแรกไปแล้ว  การร้อยไหมซ้ำอีกครั้งจะช่วยให้อายุการใช้งานอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น  เพราะผิวจะเกาะเส้นไหมได้มากขึ้น

โดยระยะเวลาที่แนะนำคือ 6 เดือนปัจจัยอื่นๆที่สำคัญร่วมด้วยจะเป็นในเรื่องของการมีไขมันที่แก้มค่อนข้างเยอะ หรือมีกล้ามเนื้อกรามค่อนข้างเยอะ หากมีไขมันในปริมาณที่มาก แนะนำฉีดสลายไขมันให้เบาตัวลงก่อนแล้วค่อยร้อยไหม หากมีไขมันหนัก จะทำให้ไหมเกิดการหน่วงไหม และทำให้ไหมตกลงมาเร็วได้มากกว่าปกติหรือในส่วนของกล้ามเนื้อกราม หากมีเยอะแล้วร้อยไหมเข้าไป เวลาใช้กล้ามเนื้อหนักๆ เช่นการเคี้ยว จะทำให้กล้ามเนื้อกราม ไปรบกวนไหมที่ร้อยเข้าไป จะทำให้ไหมตกลงมาค่อนข้างเร็วกว่าปกติ

แต่ละคนอยู่ได้นานไม่เท่ากันเพราะอะไร ?

ผลลัพธ์การร้อยไหมที่อยู๋ได้นาน

หลังการร้อยไหมของแต่ละบุคคล อายุการใช้งานจะไม่เท่ากัน บางคนไหมเกาะและยกอยู่ได้เป็นปี บางคนอาจอยู่ได้ประมาณ 2 – 3 เดือน เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ค่อนข้างพบบ่อยในปัญหาของการร้อยไหม

ปัจจัยหลักจะแตกต่างกันออกไปดังนี้

  • ชนิดของไหม ความแข็งแรงของเงี่ยงไหม ไหมแต่ละชนิดจะมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะเลือกชนิดไหมที่อยู่ได้ไม่นาน หรืออยู่ได้นาน จึงมีผลกระทบกับระยะเวลาการยกกระชับของผิว
  • สภาพผิวเดิมของแต่ละคน โดยคำนึงว่าไหมแต่ละชนิดเหมาะกับผิวประเภทไหน เช่น หากผิวนิ่มควรเลือกไหมที่มีเงี่ยงใหญ่ และรอบเส้น เพื่อประสิทธิภาพในการช่วยพยุงผิว หากผิวหน้ามีความแน่นของผิว หรือมีอีลาสตินมากเพียงพอก็จะส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมากขึ้น ส่วนในคนไข้บางรายที่ผิวขาดอีลาสติน โดยเฉพาะในคนที่อายุมาก จะส่งผลให้เงี่ยงไหมเกาะอยู่ได้ไม่นาน จึงต้องมีระยะเวลาการร้อยใหม่เร็วกว่าปกติ
  • ความสามารถในการสร้างอีลาสตินของผิวในแต่ละคน  แม้เส้นไหมจะละลายไปแล้ว แต่ถ้าเนื้อเยื่อมีการสร้างอีลาสตินขึ้นมามาก ผลจึงอยู่ได้นานขึ้น เนื่องจากสามารถช่วยประคองผิว ให้ผิวคงความกระชับต่อไปเรื่อยๆ
  • การใช้ชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันออกไป หลายคนมีอาชีพที่ต้องมีการแสดงสีหน้าและขยับใบหน้าอยู่บ่อยๆ ทำให้กล้ามเนื้อไปรบกวนการทำงานของไหม ไหมจึงเคลื่อนและตกลงมาได้ไวจากการดึงของกล้ามเนื้อผ่านการแสดงสีหน้า

สรุป

โดยปกติแล้วการร้อยไหมนั้นจะใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ จะขึ้นอยู่กับแต่ละผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งการที่จะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานนั้นมีด้วยกันหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นชนิดของไหมที่คนไข้เลือกที่จะร้อย ก็จะมีระยะเวลาอายุการทำงานที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการดูแลของแต่ละคนหลังจากการร้อยไหมเพื่อทำให้ผลลัพธ์นั้นอยู่ให้ได้นานมากที่สุดตามที่ใจต้องการ