การร้อยไหมหน้าเรียวยกกระชับหน้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะเห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยเส้นไหมจะมีเงี่ยงเพื่อยึดเกี่ยววนรอบขึ้นกับชนิดของไหม เมื่อสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง เงี่ยงไหมจะเกี่ยวกับเนื้อเยื่อและชั้นไขมันให้ยกขึ้น ทำให้ผิวดูยกกระชับ หน้าเรียวอ่อนเยาว์ได้รูป
ผลลัพธ์ที่ได้จากการร้อยไหม
- ช่วยยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อย เช่น กระเปาะแก้ม กรอบหน้า เหนียง ทำให้ดูยกกระชับ วีเชฟ กรอบหน้าชัด
- ช่วยลดปัญหารอยพับร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อยให้ดูตื้นขึ้น
- ช่วยในเรื่องของแก้มตอบ หากคนที่มีแก้มตอบและมีเนื้อกระเปาะแก้มที่หย่อน หลังทำแก้มตอบจะดูเต็มขึ้น
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวดูฟูแน่นขึ้น หน้าใส ลดปัญหารูขุมขนกว้าง หลุมสิว หากใช้จำนวนไหมที่มากพอ
ข้อดีของการร้อยไหม
- ช่วยยกกระชับในส่วนที่หย่อนคล้อยได้ เห็นผลชัดเจนเรื่องของการยกกระชับหลังทำเสร็จทันที
- เป็นเทคนิคช่วยยกกระชับ ปรับรูปหน้าโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด เจ็บตัวน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- สามารถแก้ไขปัญหาร่องน้ำหมาก มุมปากตก ร่องแก้มที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวได้
- สามารถแก้ไขปัญหาแก้มตอบให้ดูเต็มขึ้นได้ ซึ่งลดการใช้ปริมาณฟิลเลอร์ให้น้อยลง
- ตัวไหมจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบริเวณใต้ผิว ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยเข้าไปกระชับขึ้น อิ่มฟู แน่นมากขึ้น จึงสามารถแก้ปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบและหลุมสิวได้
- วัสดุที่นำมาทำไหม สามารถสลายได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกายไม่ตกค้าง และได้ผ่านการรับรองจากมาตรฐาน จาก อย. มีความปลอดภัยสูง
ข้อเสียของการร้อยไหม
- หลังจากการร้อยไหมอาจเกิดอาการบวมหรือช้ำได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดได้ตามปกติ เพราะว่าต้องใช้เข็มในการแทงเข้าไปใต้ชั้นผิว หากเกิดอาการบวม อาการบวมจะค่อยๆหายไปเองโดยใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ก่อนมาร้อยไหมจึงจำเป็นที่จะต้องงดวิตามินหรืออาหารเสริมมาก่อนประมาณ 3 – 7 วัน เพื่อลดอาการบวมช้ำได้
- อาจจะทำให้เกิดรอยคลื่น รอยบุ๋ม หรือริ้วหลังทำบริเวณผิว แต่สามารถหายได้เองประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ เนื่องจากไหมดึงรั้งผิวขึ้นมาและจะพบได้ในเคสที่ผิวนิ่มหรือหลวม
- หากมีไขมันบนใบหน้าค่อนข้างมาก อาจจะทำให้การร้อยไหมไม่ได้ผลลัพธ์ที่มากพอ อาจจะทำให้ใบหน้าดูบวมหลังร้อยไหมเนื่องจากไหมจะยกเนื้อขึ้นมาทำให้ดูมีปริมาณเยอะมากขึ้นบริเวณช่วงหน้าแก้มและโหนกแก้ม หลังจากร้อยไหมไปสักระยะหนึ่ง ไหมอาจจะตกได้เร็ว เนื่องจากปริมาณไขมันที่มีทำให้ไหมหน่วง แนะนำทำการสลายไขมันก่อนการร้อยไหม
- ต้องงดการนอนตะแครงไปในช่วงแรก ทำให้ไม่สะดวกได้ในบางราย
ผลข้างเคียงของการร้อยไหม
การร้อยไหมอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้หลังทำ ในปัจจุบันเทคนิคการร้อยไหมได้มีการพัฒนามากขึ้น ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยลงและมีความปลอดภัยสูง ผลค้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้
ผลข้างเคียงทั่วไป อาการดังกล่าวเป็นอาการที่พบได้ตามปกติจากการร้อยไหม และจะหายได้เองไม่ส่งผลอันตรายใดๆ
- รอยเขียวช้ำหลังการร้อยไหม เนื่องจากมีการจิ้มเข็มลงไปใต้ชั้นผิว มีโอกาสไปโดนเส้นเลือดจึงทำให้เกิดอาการเขียวช้ำได้ และหายได้เองใน 1 – 2 สัปดาห์ การประคบเย็นในช่วง 2 – 3 วันแรกสามารถลดอาการดังกล่าวได้
- อาการบวมหลังร้อยไหม เนื่องจากหลังทำจะเกิดแผลใต้ผิวหนัง คนไข้จะมีอาการบวมและระบมใต้ผิวได้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์– รอยคลื่น ริ้วไหม และรอยบุ๋มบนผิว เนื่องจากไหมจะทำการดึงยกกระชับผิวขึ้นไปจะมีโอกาสพบได้มากในเคสที่ผิวนิ่ม หรือผิวหลวมเหลว โดยอาการดังกล่าวจะค่อยๆดีขึ้นจากการซ่อมแซมใต้ชั้นผิว และเรียบเป็นปกติใน 2 – 4 สัปดาห์
ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เป็นอาการที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นหลังการร้อยไหม
- เกิดการติดเชื้อบริเวณที่ร้อยไหม หลังทำคนไข้จะมีอาการปวดบวมแดงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป เกิดจากขั้นตอนการร้อยไหมที่ไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค
- อาจเกิดอาการปากเบี้ยว หรือชาบริเวณที่ร้อยไหมไป เมื่อยาชาหมดฤทธิ์แล้วก็ยังมีอาการอยู่ เนื่องจากความชำนาญของแพทย์ไม่มากเพียงพอ ทำให้โดนเส้นเส้นประสาทขณะร้อยไหม
- แพ้วัสดุในการร้อยไหม (ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ)
- ไหมโผล่ที่บริเวณรูไหมเข้า เกิดจากการที่แพทย์ตัดและล็อคปมไหมไม่ดีพอ– เห็นเป็นเส้นไหมตื้นๆบนผิวตามแนวการร้อย เกิดจากการร้อยไหมผิดชั้นหรือร้อยตื้นจนเกินไป
ร้อยไหมเป็นพังผืดเหมือนกับการผ่าตัดดึงหน้าหรือไม่??
ต้องบอกก่อนเลยว่าการร้อยไหมเป็นหัตถการที่เป็น Minimally or Non-invasive procedure คือเป็นวิธีการยกกระชับใบหน้าที่แผลมีขนาดเล็ก บาดเจ็บน้อย และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อย ดังนั้น “การร้อยไหมจึงไม่เกิดพังผืด” แบบการผ่าตัดดึงหน้าที่เป็นหัตถการใหญ่ มีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเยอะ และใช้ระยะเวลาการพักฟื้นนาน
การร้อยไหมจะมีการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวตามแนวไหม จากตัวไหมที่ร่างกายถือเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างหนึ่ง และการเกิดแนวแผลของเนื้อเยื่อใต้ผิวจากตัวไหมจะกระตุ้นให้ผิวบริเวณนั้นมีการซ่อมแซม มีการสร้างและจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนบริเวณนั้นโดยระยะเวลาที่จะเกิดการสร้างคอลลาเจนจะอยู่ที่ประมาณ 1 – 3 ปี ขึ้นกับวัสดุและชนิดของเส้นไหม
การสร้างคอลลาเจนนี้เองคือผลลัพธ์ที่แท้จริงจากการร้อยไหม หลังร้อยไหมจะสังเกตเห็นว่าใบหน้าดูยกกระชับขึ้นเยอะมากแต่เวลาผ่านไปจะค่อยๆคล้อยลงมาและและผิวจะค่อยๆสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนได้ผลลัพธ์ในการยกกระชับที่เป็นธรรมชาติจากการร้อยไหมที่แท้จริง
ดังนั้นการร้อยไหมจึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาระดับน้อยถึงปานกลางเนื่องจากการร้อยไหมเป็นหัตถการที่เกิดแผลใต้ผิวน้อยมากเมื่อเทียบกับการผ่าตัดดึงหน้า และไม่เกิดพังผืดแบบการผ่าตัดดึงหน้า ความดึงรั้งผิวในเรื่องการยกกระชับจึงไม่ได้เยอะเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า ส่วนในเคสที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับรุนแรง หรือ อายุมากกว่า 55 ปี ขึ้นไป ที่มีความกังวลในเรื่องของความหย่อนคล้อยอยากเก็บให้ดูยกกระชับขึ้นไปเยอะและอยู่ได้ยาวนานควรเลือกการผ่าตัดดึงหน้าจะดีกว่า
ตัวอย่างผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับรุนแรง
สรุป
การร้อยไหมนั้นคือวิธีการยกกระชับผิว โดยใช้เส้นไหมที่สลายได้เองใส่เข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง และให้เงี่ยงของตัวไหมยึดเกาะกับผิว เพื่อเกี่ยวและยกกระชับผิวขึ้นตามตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้น อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวได้อีกด้วยซึ่งจะแตกต่างจากการผ่าตัดดึงหน้า โดยการร้อยไหมนั้นจะใช้เวลาพักฟื้นที่น้อยหรือไม่ต้องพักฟื้นเลย แผลมีขนาดเล็ก บาดเจ็บน้อย แต่การผ่าตัดดึงหน้าที่เป็นหัตถการใหญ่ จะมีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อที่เยอะ และจะต้องพักฟื้นนาน

