ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยในการเติมเต็ม แก้ไขจุดบกพร่องของใบหน้า ให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยฟิลเลอร์ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาในรูปของ Hyaluronic Acid หรือ HA เข้มข้น เลียนแบบสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายของเราคือคอลลาเจนนั่นเอง ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยและสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

สารบัญ

ฟิลเลอร์มีกี่แบบ ?

ฟิลเลอร์มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบดังนี้

  • ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler) สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี  มีความปลอดภัยสูงและมีราคาที่แพง ได้มาตรฐานอย.ไทย และมีใช้ในปัจจุบัน
  • ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent filler) อยู่ได้นานประมาณ 3-5 ปี มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง
  • ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent filler) เป็นสารเติมเต็มประเภทซิลิโคน หรือพาราฟิน สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ อาจมีผลข้างเคียงได้ในระยะยาวจึงไม่นิยมใช้ในการฉีดบริเวณใบหน้าในปัจจุบัน

ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid) ฟิลเลอร์คืออะไร ?

เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับรองมาตรฐาน อย.ไทย Hyaluronic acid จะช่วยกักเก็บน้ำบริเวณชั้นใต้ผิว ในจุดที่ต้องการแก้ไข เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึงเรียบเนียน ปราศจากริ้วรอย และยังสามารถสลายได้เอง หรือหากไม่ชอบสามารถฉีดยาสลายได้ ไม่ตกค้าง ซึ่งจะแตกต่างจากตัวฟิลเลอร์กึ่งถาวรและถาวร ซึ่งเป็นที่นิยมและยังมีความปลอดภัยสูงมาก

ตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง ?   

โดยปกติแล้วฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายบริเวณ ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคลว่ามีปัญหาในส่วนไหนหรือมีปัญหาในระดับไหน โดยตำแหน่งที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ มีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหน

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ใต้ตาลึก รอยหมองคล้ำใต้ตา สาเหตุหลักๆเกิดได้จากโรคภูมิแพ้ ระบบการไหลเวียนของเลือดติดขัดทำให้เกิดเลือดคลั่งบริเวณผิวหนังใต้ดวงตา การพักผ่อนไม่เพียงพอ อายุเริ่มมากขึ้นกระดูกบริเวณใต้ตาทรุดทำให้เกิดร่องลึก ตาโหล ตาดำ หรือบางคนจะมีถุงใต้ตา ทำให้ดูเหมือนตาปูด รวมถึงลักษณะที่ได้รับทางพันธุกรรมการเติมฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ร่องใต้ตาตื้นขึ้น ดูสดใส สดชื่นไม่อิดโรย ใบหน้าดูเด็ก ยังช่วยเพิ่มรูปลักษณ์ภายนอกเสริมสร้างความมั่นใจให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ร่องแก้ม คือรอยพับบริเวณข้างปีกจมูกยาวลงมาจนถึงช่วงบริเวณมุมปากทั้งสองข้าง ร่องแก้มลึกเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การยิ้มกว้างๆ ช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งการสืบทอดจากกรรมพันธุ์ ร่องแก้มลึกส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจ ใบหน้ามีอายุมากขึ้น ดูแก่กว่าวัยการเติมฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะช่วยให้ ร่องแก้มตื้นขึ้น จะช่วยให้ใบหน้าเด็กลง ใบหน้าอิ่มมากขึ้น การเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ดูเป็นธรรมชาตินั้น ต้องประเมินจากสาเหตุของการเกิดร่องแก้มของแต่ละบุคคล และเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะกับบุคคลนั้นๆ เพื่อให้แก้ไขได้อย่างตรงจุด สวย เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์แก้มตอบ

แก้มตอบ เกิดได้จากปัญหาเนื้อแก้ม ชั้นไขมันเนื้อแก้มหายไป เนื้อแก้มยุบตัวลง กระดูกโหนกแก้มชัดขึ้น สาเหตุที่ทำให้แก้มตอบเช่น รูปร่างผอม น้ำหนักลดเร็วเกินไป การจัดฟัน อายุที่มากขึ้นหรือแม้แต่กรรมพันธุ์  ส่งผลให้ใบหน้ามีอายุมากขึ้น  ดูแก่กว่าวัย ใบหน้าโทรม ไม่สดใสการเติมฟิลเลอร์บริเวณแก้มตอบช่วยให้ ใบหน้ายกกระชับอิ่มฟู เต่งตึง ผิวดูเรียบเนียน ใบหน้าสดใสมากยิ่งขึ้น ลดความเด่นของกระดูกโหนกแก้มปรับใบหน้าให้ได้รูป ใบหน้าดูหวานมีมิติมากยิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์แก้มตอบ

ฟิลเลอร์แก้มส้ม

แก้มส้มหรือบริเวณหน้าแก้ม เกิดจากกระดูกและไขมันยุบตัว เมื่อมองจากด้านข้างมีแก้มแบน แก้มยุบ เกิดร่องใต้ตา ร่องแก้ม ผิวจึงหย่อนคล้อยลงมา ทำให้ใบหน้าไม่มีมิติ แลดูมีอายุมากขึ้นการเติมฟิลเลอร์บริเวณแก้มส้ม ช่วยให้ใบหน้ามีมิติได้สัดส่วนที่สวยงาม มีชีวิตชีวา ผิวหน้ายกกระชับ อิ่มฟู ใบหน้าเด็กลงเวลายิ้ม รวมถึงยังช่วยร่องใต้ตา ร่องแก้มให้ตื้นขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งได้อีกด้วย

ฟิลเลอร์ขมับ

ปัญหาขมับตอบ เป็นจุดที่คนส่วนมากกังวล นอกจากขมับจะตอบแล้วยังส่งผลให้เห็นโหนกแก้มที่เด่นชัด เกิดความไม่มั่นใจเกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้ก็ไม่จำเป็นต้องศัลยกรรมให้เจ็บตัวหรือพักฟื้นนานๆ สามารถฉีดเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ให้ขมับที่ตอบดูตื้นขึ้น ดูเต็มขึ้น โหนกแก้มก็จะดูเด่นน้อยลง หน้าละมุนได้รูปสวยมากขึ้น

ฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์ปาก

หลายคนไม่มั่นใจเวลาทาลิปสติกแล้วตกร่อง ปากดูไม่อวบอิ่ม อยากได้มุมปากที่ยก ปากดูอมยิ้ม ทรงปากเป็นกระจับ ทรงปากสายฝอ ริมฝีปากบางจนต้องทาลิปสติกเกินขอบปาก ถ้ามีตัวช่วยอย่างการเติมฟิลเลอร์ปาก ก็จะทำให้หลายๆคนดูมั่นใจมากขึ้น กล้าที่จะอวดปากสวยๆแบบมั่นใจ

ฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์คาง

ไม่ว่าจะทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายต่างมีปัญหารูปหน้าที่ไม่มั่นใจ รู้สึกถึงใบหน้าที่ต้องการเติมเต็มในส่วนที่บกพร่องอย่างเช่นปัญหาคางบุ๋ม คางตัด คางสั้น ซึ่งนวัตกรรมนั้นจะไม่ได้มีแค่การผ่าตัดศัลยกรรมช่วยปรับรูปคาง แต่จะมีการใช้ฟิลเลอร์มาฉีดเติมเต็มและปั้นรูปทรงของคางได้ โดยไม่ต้องพักฟื้น แถมยังสวยได้รูปทันทีหลังทำ

ฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละบริเวณต้องใช้ปริมาณเท่าไร ?

ในแต่ละจุดของการเติมฟิลเลอร์จะใช้ปริมาณที่ไม่เท่ากัน จะขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข ความต้องการและความพึงพอใจในแต่ละเคสของคนไข้ และแพทย์จะประเมินการใช้ยาตามรูปหน้าในแต่ละจุดเป็นเคสไป

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา ถ้าใต้ตาไม่ลึกมาก ใช้ 1cc แบ่งเติม 2 ข้างได้ ถ้าหากใต้ตาลึกมาก แนะนำให้ใช้ข้างละ 1cc (ใช้เป็นตัวเนื้อที่แข็งกว่ารองฐานใต้ตาชั้นลึก ตัวเนื้อที่นิ่มฉีดวางบนฐานใต้ตาเพื่อความเป็นธรรมชาติจะไม่ทำให้ใต้ตาเป็นก้อนนูน) ใต้ตาตื้นขึ้นดูสดใส รอยคล้ำและริ้วรอยใต้ตาดีขึ้น
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ถ้าร่องแก้มไม่ลึกมาก ใช้ 1cc แบ่งเติม 2 ข้างได้ ถ้าหากร่องแก้มลึกมาก แนะนำให้ใช้ข้างละ 1cc จะทำให้เห็นผลชัดเจน หน้าจะดูเด็กลง
  • ฟิลเลอร์แก้มตอบ ถ้าแก้มไม่ตอบมาก ใช้ 1cc แบ่งเติม 2 ข้างได้ ถ้าหากแก้มตอบมาก แนะนำให้ใช้ข้างละ 2cc แก้มตอบจะดูตื้นมากขึ้น โหนกแก้มก็จะดูเด่นลดลงด้วย หน้าดูเด็กลง
  • ฟิลเลอร์แก้มส้ม ถ้าหน้าแก้มไม่แบนมาก ใช้ 1cc แบ่งเติม 2ข้างได้ หน้าแก้มแบนมาก แนะนำให้ใช้ข้างละ 1cc หน้าแก้มจะมีมิติขึ้น หน้าละมุน หน้าดูเด็กลง
  • ฟิลเลอร์ขมับ ถ้าขมับไม่ลึกมาก ใช้ 1cc แบ่งเติม 2 ข้างได้ ถ้าหากขมับลึกมาก แนะนำให้ใช้ข้างละ 1cc เพื่อเติมให้ขมับตื้นขึ้น ส่งผลให้โหนกแก้มที่เด่น ดูเด่นลดลง หน้าเข้ารูปมากขึ้น สวยละมุนมากขึ้น
  • ฟิลเลอร์ปาก ถ้าอยากได้ทรงมุมปากยก ปากดูอมยิ้ม เติมแค่ปากบน แนะนำให้ใช้ 1cc ถ้าหากอยากเติมทั้งปากบน-ล่าง เพิ่มวอลลุ่ม แนะนำให้เติม 2cc จะได้ทรงปากตามที่ต้องการ ทำให้เวลาทาลิปสติกปากดูสุขภาพดี ได้ทรงปากที่สวยตามที่ต้องการ
  • ฟิลเลอร์คาง ถ้าคางตัด ต้องการแก้คางตัดให้ดูได้ทรงสวยใช้ 1cc สามารถแก้คางตัด คางบุ๋มได้ ถ้าหากคางตัดและต้องการรูปทรงคางที่ดูยาวขึ้น หน้าหวานขึ้น แนะนำให้ใช้ 2cc โครงหน้าจะได้รูปมากขึ้น ดูมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  • ช่วยเติมเต็มร่องลึก ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง และดูอ่อนเยาว์
  • การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่เห็นผลทันทีหลังทำ รวดเร็ว ใช้เวลาไม่นาน และเจ็บน้อย
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูได้รูปมากขึ้น
  • สาร HA แท้ ที่ได้การรับรองจาก อย. ปลอดภัย และสลายได้เองตามธรรมชาติ
ข้อดีฉีดฟิลเลอร์

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

  • หากฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจาก อย. อาจทำให้เกิดอันตรายหลังทำได้
  • หากไม่ได้ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจจะเกิดอันตรายได้ เช่น การฉีดผิดตำแหน่ง หรือโดนเส้นเลือด
  • หากฉีดแบบถาวร เช่น ซิลิโคนเหลว ไม่สลาย เป็นก้อนและพังผืด โดยต้องใช้วิธีผ่าตัดหรือขูดออก ทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้
ข้อเสียฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์สลายได้เองไหม ต้องขูดออกไหม ?

ฟิลเลอร์ คือสาร hyaluronic acid (HA) เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นสารเดียวที่อย.รับรอง อยู่ได้ประมาณ 6 – 24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและโมเลกุลของฟิลเลอร์ สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องขูดออก ในคนที่ต้องการฉีดสลายฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาการฉีดฟิลเลอร์มาแล้วไม่พอใจ ไม่สวย ไม่ชอบ แพทย์จะฉีดเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ฉีดตามตำแหน่งที่ต้องการให้ฟิลเลอร์สลายและยุบตัวไป จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและสลายได้หมด

แต่ถ้าเป็นซิลิโคนหรือสารเหลว การฉีดเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) จะไม่สามารถสลายได้หมด และในบางเคสก็จะไม่เห็นผลเลย ถ้าเป็นซิลิโคนหรือสารเหลว ถ้าต้องการเอาออก ต้องขูดออกเท่านั้น

ฟิลเลอร์อันตรายมั้ย ?

ฟิลเลอร์อันตรายไหม

หากเป็นฟิลเลอร์แท้ ที่ได้มาตรฐาน อย.ไทย จะมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตราย หรือการแพ้ตัวฟิลเลอร์ เนื่องจากเป็นสารที่มีความใกล้เคียงกับสารตามธรรมชาติของร่างกาย คือสาร Hyaluronic acid หรือ HA นั่นเอง

  • การฉีดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือฟิลเลอร์ปลอมเพราะว่าสารเหลวจำพวกนี้มักมีการติดเชื้อแอบแฝง อาจเกิดการติดเชื้อตามมาได้ อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เนียนสวยเหมือนปกติเพราะเกิดพังผืดจากการฉีดซิลิโคนเหลวหรือฟิลเลอร์ปลอมมาก่อน
  • หากฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์หรือหมอกระเป๋าอาจจะทำให้ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด ส่งผลให้ผิวหนังขาดเลือด เนื้อตาย หรือถ้าเข้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงลูกตา จะส่งผลทำให้ตาบอดได้

อาการแพ้ฟิลเลอร์

หลายคนจะสงสัยว่าอาการแพ้ฟิลเลอร์มีลักษณะอย่างไร ?อาการแพ้ฟิลเลอร์ คือ การที่ร่างกายของเรามีการต่อต้านต่อสารที่ฉีดเข้าไป ทำให้เกิดการอักเสบ บวม นูน แดง คันได้ บางคนอาจทำให้เกิดฝีหนองขึ้นจากการการติดเชื้อซ้ำซ้อน ส่วนใหญ่คนที่มีอาการเหล่านี้ มักจะเกิดกับคนที่ฉีด ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ ฟิลเลอร์ปลอม เนื่องจากตัวฟิลเลอร์แท้ เป็นกรดไฮยาลูโรนิก แอซิค (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นสารที่ใกล้เคียงกับไฮยาตามธรรมชาติใต้ผิว จึงทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยมาก และมีความปลอดภัยสามารถสลายได้ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ปลอมที่จะมีส่วนผสมของ ซิลิโคนเหลว และไม่สามารถสลายได้เอง จึงทำให้ร่างกายเกิดการต่อต้าน มาในลักษณะการบวม, นูนเป็นก้อน, รอยแดง หรืออาจเกิดหนอง (ติดเชื้อ) ได้ในบางคน

ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน ?

โดยปกติจะมีอาการบวมได้ ประมาณ 3 – 7 วัน เนื่องจากสารที่ฉีดเข้าไปถือเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างนึงของร่างกาย จึงเกิดการอักเสบตามมาได้ในช่วงสัปดาห์แรก บวกกับสารไฮยารูลอนเป็นสารอุ้มน้ำและมีการดูดน้ำจากผิวรอบๆเข้ามาทำให้ดูฟูขึ้นกว่าปกติในช่วงสัปดาห์แรกเช่นกัน จากนั้นจะเห็นผลเข้าที่ 100% ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์หลังฉีด แต่ถ้าหากมีอาการบวม แดง ร้อน เจ็บมากขึ้น หรือมีหนองให้รีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงของการติดเชื้อหรือผลข้างเคียงอื่นๆที่ไม่พึงประสงค์ได้

ฟิลเลอร์เจ็บไหม ?

ก่อนการเติมฟิลเลอร์จะมีการใช้ยาชาทั้งแบบทาและแบบฉีด ในฟิลเลอร์บางชนิดยังมียาชาในตัวอีกด้วย จะช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่เติมฟิลเลอร์ การแปะยาชาแบบทาจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที จะสามารถลดความเจ็บขณะเข็มจิ้มบนผิวชั้นบนได้ หลังจากนั้นจะมีการประคบน้ำแข็งอีกทีเพื่อให้ช่วยลดความเจ็บในขณะที่จิ้มเข็ม ต่อด้วยการฉีดยาชาเข้าไปบล็อกเส้นประสาททำให้ยาเป็นบริเวรกว้าง หรือฉีดยาชาเฉพาะจุดขึ้นกับตำแหน่งของฟิลเลอร์ที่เติมอีกที ทั้งสามวิธีนี้จะช่วยให้ขณะที่ทำการฉีดฟิลเลอร์คนไข้จะรู้สึกสบายไม่รู้สึกเจ็บ โดยบริเวณที่ฉีดยาชาอาจมีการบวมของตัวยาเล็กน้อย 2-3 ชั่วโมงหลังจากนั้นจะค่อยๆสลายไป

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

  • ควรงดยา แอสไพริน, Diclofenac, น้ำมันปลา และสารสกัดจากใบแปะก๊วย ประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นกลุ่มยาที่อาจส่งผลให้บวมง่าย ช้ำง่าย
  • งดแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 24 ชั่วโมง
  • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ
  • งดทายาชนิดผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์
  • งดการทำเลเซอร์ต่างๆ ก่อนฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณรูเข็มฟิลเลอร์ 1 วัน
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด คลึง กับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ อาจจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นได้
  • งดโดนความร้อน เช่นการอบ นวดหน้า ซาวน่า รวมไปถึงการทำเลเซอร์ต่างๆ 2 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์ ของหมักดอง 2 สัปดาห์
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์อิ่มน้ำ ฟูสวย
  • หากมีอาการบวมช้ำสามารถประคบเย็นเพื่อให้อาการบวมลดลงได้
  • งดออกกำลังกายในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพราะอาจเกิดรอยแดงบริเวณที่ฉีดได้

ฟิลเลอร์มีกี่ยี่ห้อ แตกต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์มีหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ ราคาจะแตกต่างกันออกไป แต่ละยี่ห้อที่ได้รับความนิยม ผ่านการรับรองในประเทศไทย และทางคลินิกเราใช้เป็นหลักมี 3 ยี่ห้อด้วยกัน  ได้แก่ Juvederm, Restylane และ Neuramis แยกความแตกต่างของฟิลเลอร์ดังนี้

ฟิลเลอร์ Juvederm มีดังนี้

  • Juvederm Volux

ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง เหมาะสำหรับการขึ้นทรง ปรับแนวกระดูก ใช้ฉีดบริเวณกรอบหน้า คาง อยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือน

  • Juvederm Voluma

ฟิลเลอร์เนื้อแข็งและฟู มีความยืดหยุ่นสูง โมเลกุลขนาดใหญ่ มีความแน่น คงตัว เรียบเนียน ไม่ไหล ใช้ฉีดบริเวณขมับ แก้มส้ม ร่องแก้ม แก้มตอบ ลิฟท์หน้า คาง อยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือน

  • Juvederm Volite

ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด โมเลกุลขนาดเล็กใช้ฉีดผิวชั้นตื้นได้เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ ใช้ฉีดบริเวณใต้ตา ให้ความชุ่มชื้นกับผิวชั้นบน อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

  • Juvederm Volift

ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อนิ่มปานกลาง มีความละเอียด เรียบเนียน ใช้ฉีดบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้มตอบ แก้ไขตาโบ๋ลึก ปาก อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

ฟิลเลอร์ Restylane มีดังนี้

  • Restylane Vital Light

โมเลกุลมีขนาดเล็ก มีความนิ่มที่สุด ความละเอียดสูง เหมาะสำหรับเติมผิวชั้นตื้น ใช้ฉีดบริเวณใต้ตา ให้ความชุ่มชื้นกับผิวชั้นบน อยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน

  • Restylane classic

โมเลกุลขนาดใหญ่ เนื้อฟิลเลอร์แข็งปานกลาง ใช้ฉีดบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้มตอบ แก้ไขตาโบ๋ลึก ปาก อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

  • Restylane Lyft

โมเลกุลขนาดใหญ่ เนื้อฟิลเลอร์แข็ง ให้ความคงรูปได้เป็นอย่างดี ใช้ฉีดบริเวณคาง ลิฟท์หน้า อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

  • Restylane Defyne

เป็นฟิลเลอร์ที่มีความนิ่มปานกลางและยืดหยุ่นสูง ใช้ฉีดบริเวณปาก หน้าแก้ม ร่องแก้ม อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

  • Restylane Volyme  

ออกแบบมาเพื่อเติมชั้นผิวบริเวณใบหน้าให้อิ่มฟูขึ้น ใช้สำหรับฉีดเติมเต็มส่วนที่โหลลึกหรือตอบลง ใช้ฉีดบริเวณขมับ ร่องแก้ม แก้มตอบ อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

ฟิลเลอร์ Neuramis

  • ฟิลเลอร์ Neuramis Deep

เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็งปานกลาง ไม่มียาชา เป็นฟิลเลอร์คุณภาพที่มาพร้อมราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.ไทยแบรนด์อื่นๆ สามารถฉีดได้บริเวณขมับ หน้าแก้ม แก้มตอบ ร่องแก้ม ปาก คาง

ฟิลเลอร์แท้ กับ ฟิลเลอร์ปลอม ดูอย่างไร ?

ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานอย.ไทย เป็นสาร Hyaluronic Acid (HA) สามารถเช็คว่าเป็นของแท้ได้จากกล่องฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อนั้นๆ ถ้านำเข้าจากบริษัทโดยตรงจะสังเกตได้ดังนี้

  • จะมีฉลากภาษาไทยติดอยู่บนกล่อง
  • มีวัน เดือน ปีที่หมดอายุระบุอยู่ข้างกล่องอย่างชัดเจน
  • มีเลขทะเบียน อย.
  • เลข Lot จะตรงกัน 2 จุด เลข Lot ที่ข้างกล่องฟิลเลอร์ และเลข Lot ที่หลอดฟิลเลอร์
  • สามารถโทรเช็คกับทางบริษัทยื่นจดอย.ได้ว่าทางคลินิก ได้สั่ง Lot นี้มาจากทางบริษัทหรือไม่
  • บางยี่ห้อจะมี QR code ให้แสกนข้างกล่อง

ถ้าเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน อย.ไทย จะสามารถสั่งซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต ไม่ได้ผ่านตัวแทนของบริษัทโดยตรง ให้สงสัยไว้ก่อนว่าไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ได้รับมารตฐาน อย.ไทย ข้อดีของการใช้ฟิลเลอร์ที่สั่งโดยตรงจากทางบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกต้อง จะมีระบบการดูแลคนไข้ในทุกเคสถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นหลังฉีด

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ?

การเลือกคลินิกที่อยากจะเติมฟิลเลอร์ อันดับแรกคลินิกที่ดีจะต้องได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามกระทรวงสาธารณสุข เดินทางสะดวก พื้นที่คลินิกดูสะอาด และแพทย์ต้องเชี่ยวชาญในการเติมฟิลเลอร์ ดูจากอ้างอิงรีวิว การบอกต่อ สอบถามจากคนที่รู้จักที่เคยไปใช้บริการ

เติมฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายแหลมหรือเข็มปลายทู่ดีกว่ากัน ?

โดยปกติส่วนใหญ่การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเต็มเต็มในชั้นลึก การฉีดลงไปใต้ชั้นลึกหากใช้เข็มปลายแหลมย่อมมีโอกาสไปถูกเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ชั้นลึกได้มากกว่าเข็มปลายทู่ ดังนั้นจึงนิยมเป็นเข็มปลายทู่มากกว่า การใช้เข็มปลายทู่จะสามารถช่วยเลาะพังผืดใต้ชั้นผิวได้ และวางฟิลเลอร์ในชั้นต่างๆที่ต้องการได้ดี การใช้เข็มปลายทู่ เปิดรูแค่ 1 – 2 รู ก็สามารถฉีดได้ทั่ว เปรียบเทียบกับเข็มปลายแหลม จะต้องจิ้มหลายจุด อาจทำให้เกิด ความเขียวช้ำ และโดนเส้นเลือดได้แต่การใช้เข็มปลายแหลมก็มีข้อดี สามารถวางฟิลเลอร์บนชั้นเยื่อหุ้มกระดูกได้แม่นยำกว่าการใช้เข็มปลายทู่ ส่วนมากขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์แต่ละท่านด้วย เพราะไม่ว่าจะใช้เข็มปลายแหลมหรือปลายทู่ก็ยังจำเป็นต้องใช้ทักษะและความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์เห็นผลเลยไหม ?

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว ผลลัพธ์จะเห็นทันทีหลังทำ ทั้งนี้อาจจะต้องรอประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวฟิลเลอร์เซ็ตตัวเข้าที่และกลืนไปกับชั้นผิวได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้าจะดูละมุนยิ่งขึ้น หลังฉีดฟิลเลอร์ไปแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ จะทำให้เนื้อฟิลเลอร์ดูอิ่มฟูสวยมากขึ้น

ระหว่างเติมฟิลเลอร์และเติมไขมัน อันไหนดีกว่ากัน ?

เติมฟิลเลอร์กับไขมัน อันไหนดีกว่ากัน เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายๆคนถามกันเข้ามาว่าอยากเติมเต็มบนใบหน้า การฉีดฟิลเลอร์และการเติมไขมัน ทั้ง 2 วิธีนี้เป็นการช่วยเติมเต็มเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์และการทำงานค่อนข้างต่างกันการเติมไขมันจะเป็นการปลูกถ่ายเซลล์จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ในบริเวณที่เราต้องการเติม เนื่องจากเซลล์ไขมันเป็นสิ่งที่มีชีวิต จึงไม่ใช่แค่การฉีดลงไปอย่างเดียว อาจจะต้องรอให้เกิดการปลูกถ่ายเซลล์ที่สมบูรณ์ ถึงจะเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน บางคนอาจจะปลูกถ่ายไม่สมบูรณ์ 100 % ทำให้ไขมันติดไม่เท่ากัน หรือไขมันหายไปเร็วใน 1 เดือนแรกที่ทำส่วนการเติมฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์จะเป็นสาร Hyaluronic acid ที่ผลิตขึ้นมาเลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติของร่างกาย และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานกว่า ตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึง 2 ปี และเห็นผลทันที ไขมันจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อปรับรูปหน้าเหมือนตัวฟิลเลอร์ เนื่องจากตัวฟิลเลอร์มีหลายโมเลกุล สามารถแก้ปัญหาบนใบหน้าได้หลายแบบ หากใครที่ต้องการปรับยกกระชับรูปหน้าให้เห็นผลทันทีและอยู่ได้นาน แนะนำเป็นการเติมฟิลเลอร์จะตอบโจทย์มากกว่า

ฉีดฟิลเลอร์แล้วไหลไหม ?

ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์แบบที่สลายได้ที่ได้รับการรับรองจาก อย. หรือแบบไม่สามารถสลายได้ เช่น สารเหลว ซิลิโคนเหลว ก็สามารถเกิดการไหลย้อยได้ทุกคน ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก เช่น การวิเคราะห์รูปหน้า การใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมในตำแหน่งนั้นๆ และที่สำคัญคือ ตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ลงไป หากมีการฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากกว่าปัญหาที่มีอยู่ อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่ฉีดได้ การเลือกใช้ฟิลเลอร์บริเวณที่ต้องมีการขยับสีหน้าเยอะๆ ควรใช้เนื้อให้เหมาะสมกับตำแหน่ง และการวางชั้นที่ถูกต้อง หากฉีดผิดตำแหน่งไปอยู่บริเวณใกล้กล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อยๆ อาจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวออกมาได้

สรุป

การเลือกใช้ตัวฟิลเลอร์นั้นจะต้องเลือกที่เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการแก้ไข รวมไปถึงปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละปัญหาแต่ละบุคคล และปัจจัยต่างๆที่ควรคำนึงถึงคือ ความชำนาญของแพทย์ ความน่าเชื่อถือของคลินิก รวมไปถึงผลลัพธ์ของแต่ละเคสที่ชัดเจนก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์นั้นจะต้องเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะประเมินปัญหาต่างๆก่อน เพราะในแต่ละบุคคลจะมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อที่ไม่เหมือนกัน ฉีดในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและสรีระบริเวณใบหน้าของแต่ละคน

พญ. พิชญ์ญาพร อธิคุณากร

Dr. Pitchayaporn Athikunakorn, M.D. 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เวชศาสตร์ความงามและการชะลอวัย